เพลงนี้ Lorde บอกเอาไว้ว่าเป็นเพลงที่ฉลองการใช้ชีวิตในเมืองและตัณหาไปพร้อม ๆ กัน รวมไปถึงการไม่จำกัดกรอบเรื่องเพศให้ตัวเองอีกต่อไป ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกสงบลงได้ท่ามกลางความโกลาหลต่าง ๆ
There’s a heat in the pavement, my mercury’s raising
Don’t know if it’s love or if it’s ovulation
When you’re holding a hammer, everything looks like a nail
The mist from the fountain is kissing my neck
The liquid crystal is in my grip
Anyone with a snake tongue, I show ’em the chambers of my heart
แดร์ส อะ ฮีท อิน เดอะ เพฟเมนต์ มาย เมอร์คิวรีส์ เรสซิง
ดอนท์ โนว อิฟ อิทส์ เลิฟ ออร์ อิฟ อิทส์ โอวัลเลชัน
เวน ยัวร์ โฮลดิ้ง อะ แฮมเมอร์ เอฟวรีธิง ลุคส์ ไลก์ อะ เนล
เดอะ มิสท์ ฟรอม เดอะ ฟาวน์เทน อีส คิสซิง มาย เนค
เดอะ ลิควิด คริสตัล อีส อิน มาย กริป
เอนีวัน วิธ อะ สเนค ทังก์ ไอ โชว์ เอ็ม เดอะ เชมเบอร์ส ออฟ มาย ฮาร์ท
ทางเท้าร้อน ๆ อารมณ์ฉันพุ่งพล่าน
ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความรักหรือแค่เพราะประจำเดือนมา
เวลาที่เราถือค้อนไว้ ทุกอย่างมันดูเหมือนตะปูไปหมด
หมอกจากน้ำพุนั้นมันกระทบที่คอฉัน
โทรศัพท์นั้นอยู่ในมือฉัน
ใครก็ตามที่ใช้ลิ้นงูกับฉัน ฉันก็แสดงให้เห็นห้องหัวใจฉัน
ท่อนนี้ Lorde พูดถึงความเร่าร้อน ที่เธอไม่รู้ว่าเกิดจากความรักจริง ๆ หรือเป็นแค่เพราะประจำเดือนมาเลยมีอาการแปลก ๆ
และส่วนที่พูดถึงค้อนกับตะปู นั่นก็พูดถึงกฎของเครื่องมือ ซึ่งเป็นทฤษฎีของนักจิตวิทยา มาสโลว์ โดยในทฤษฎีกล่าวไว้ว่าเวลาที่คนเราถือเครื่องมืออะไรสักอย่าง เรามักจะหาโอกาสให้ได้ใช้งานมันเสมอ
ซึ่ง Lorde ก็นำเอาทฤษฎีนี้มาพูดถึงความรุ่มร้อนในตัวเธอ และเธออยากจะนำไปใช้มันกับใครสักคนนั่นเอง
แล้วพอมีหมอกหรือน้ำที่กระเซ็นจากน้ำพุมาโดนเธอก็ยิ่งทำให้ซาบซ่านเข้าไปใหญ่
ส่วน Liquid crystal หรือคริสตัลในรูปของเหลวนั้น Lorde ให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone ว่าเธอหมายถึงมือถือนั่นเอง
และสุดท้ายที่พูดถึงลิ้นงูนั้นเดาไว้สองอย่างคือ หมายถึงคนที่พูดจาแย่ ๆ กับเธอ เธอกลับเลือกที่จะไม่ตอบโต้ แต่แสดงความจริงใจให้เห็นแทน หรือคนที่ใช้ลิ้นเก่ง เธอก็จะเปิดใจให้
Now I know you don’t deal much in love and affection
But I really do think there could be a connection
I burn and I sing and I scheme and I dance
Some days, I’m a woman, some days, I’m a man, oh
นาว ไอ โนว ยู ดอนท์ ดีล มัช อิน เลิฟ แอนด์ แอฟเฟคชัน
บัท ไอ เรียลลี่ ดู ธิงค์ แดร์ คูด บี อะ คอนเนคชัน
ไอ เบิร์น แอนด์ ไอ ซิง แอนด์ ไอ สคีม แอนด์ ไอ แดนซ์
ซัม เดย์ส ไอม์ อะ วูแมน ซัม เดย์ส ไอม์ อะ แมน โอ้
ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่ใส่ใจกับความรักและความโหยหามากขนาดนั้น
แต่ฉันคิดจริง ๆ นะว่าเราอาจจะสานสัมพันธ์กันได้
ฉันลุกเป็นไฟ และร้องเพลง และวางแผน และเต้นรำ
บางวัน ฉันก็เป็นผู้หญิง บางวัน ฉันก็เป็นผู้ชาย
ท่อนนี้ก็ต่อมาจากท่อนที่แล้วที่พูดถึงคนลิ้นงู ว่าคนคนนั้นคงไม่ได้สนใจจะมีความรักกับเธอขนาดนั้นหรอก
และตัว Lorde เองก็อยู่ในช่วงที่คิดว่าบางวันเธอก็รู้สึกเหมือนมีความเป็นผู้หญิงมาก ๆ และบางวันก็รู้สึกแมนสุด ๆ ก็มี
I might have been born again
I’m ready to feel like I don’t have thе answers
There’s pеace in the madness over our heads
Let it carry me o-o-o-o-on
ไอ ไมท์ แฮฟ บีน บอร์น อะเกน
ไอม์ เรดี้ ทู ฟีล ไลก์ ไอ ดอนท์ แฮฟ เดอะ แอนเซอร์ส
แดร์ส พีซ อิน เดอะ แมดเนส โอเวอร์ อาวเวอร์ เฮดส์
เล็ท อิท แคร์รี มี ออ-ออ-ออ-ออ-ออน
ฉันอาจจะเกิดใหม่อีกครั้งแล้วก็ได้นะ
ฉันพร้อมแล้วที่จะรู้สึกเหมือนว่าฉันไม่รู้คำตอบอะไรเลย
มันมีความสงบสุขอยู่ท่ามกลางความบ้าคลั่งในหัวเรา
ปล่อยให้มันนำพาฉันไปนะ
เมื่อเธอได้รู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องจำกัดกรอบเรื่องเพศแล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเกิดใหม่ รู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างก็ได้เหมือนเด็ก ๆ ซึ่งมันทำให้เธอสงบลงได้ท่ามกลางความโกลาหลในใจเธอ
Today, I’ll go to Canal Street, they’re piercing my ears
I’m making a wish when the needle goes in
Take an aura picture, read it and tell me who I am (Show me who I am)
ทูเดย์ ไอล์ โก ทู แคนอล สตรีท แดร์ เพียร์ซซิง มาย เอียร์ส
ไอม์ เมคกิ้ง อะ วิช เวน เดอะ นีดเดิล โกส์ อิน
เทค แอน ออร่า พิคเชอร์ รีด อิท แอนด์ เทล มี ฮู ไอ แอม โชว์ มี ฮู ไอ แอม
วันนี้ ฉันจะไปที่ถนนแคนอล ให้คนเจาะหูให้
ฉันจะสวดภาวนาไปด้วยระหว่างที่เข็มนั้นเจาะเข้าไป
ถ่ายภาพออร่า ดูแล้วบอกฉันหน่อยว่าฉันเป็นคนยังไง
ถนนแคนอลเป็นถนนในเมืองนิวยอร์ค ที่เธอไปเจาะหู แล้วก็ไปถ่ายภาพให้เห็นลำแสงออร่าจากตัวเธอ เพื่อนำมาใช้ดูดวง
Now I know you don’t deal much in love and affection
But I really do think you can make an exception
It’s a beautiful life, so I play truant
I jerk tears and they pay me to do it, oh
นาว ไอ โนว ยู ดอนท์ ดีล มัช อิน เลิฟ แอนด์ แอฟเฟคชัน
บัท ไอ เรียลลี่ ดู ธิงค์ ยู แคน เมค แอน เอ็กซ์เซปชัน
อิทส์ อะ บิวตี้ฟูล ไลฟ์ โซ ไอ เพลย์ ทรูอานท์
ไอ เจิร์ค เทียร์ส แอนด์ เดย์ เพย์ มี ทู ดู อิท โอ้
ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่ใส่ใจกับความรักและความโหยหามากขนาดนั้น
แต่ฉันคิดจริง ๆ นะว่าเธออาจจะมีข้อยกเว้นให้ฉันหน่อย
มันคือชีวิตที่งดงามนะ ฉันเลยมักจะหนีไปตลอด
ฉันทำให้คนเสียน้ำตา และก็มีคนจ่ายเงินให้ฉันทำแบบนั้น
ท่อนนี้ก็พูดถึงชีวิตในวงการของเธอ ว่าเวลาเธอออกอัลบั้มเสร็จเธอก็หนีหายไปตลอด และเธอก็ได้เงินจากการทำให้คนเสียน้ำตา จากเพลงของเธอด้วย ซึ่งเธอก็มองว่ามันเป็นชีวิตที่ดีนะ
I might have been born again
I’m ready to feel like I don’t have the answers
There’s peace in the madness over our heads
Let it carry me o-o-o-o-on
ไอ ไมท์ แฮฟ บีน บอร์น อะเกน
ไอม์ เรดี้ ทู ฟีล ไลก์ ไอ ดอนท์ แฮฟ เดอะ แอนเซอร์ส
แดร์ส พีซ อิน เดอะ แมดเนส โอเวอร์ อาวเวอร์ เฮดส์
เล็ท อิท แคร์รี มี ออ-ออ-ออ-ออ-ออน
ฉันอาจจะเกิดใหม่อีกครั้งแล้วก็ได้นะ
ฉันพร้อมแล้วที่จะรู้สึกเหมือนว่าฉันไม่รู้คำตอบอะไรเลย
มันมีความสงบสุขอยู่ท่ามกลางความบ้าคลั่งในหัวเรา
ปล่อยให้มันนำพาฉันไปนะ
Let it break me down till I’m just a wreck
Till I’m just a voice living in your head
It’s a fucked-up world, been to hell and back
But I’ve sent you a postcard from the edge
The edge
Mm, oh
Oh
เล็ท อิท เบรค มี ดาวน์ ทิล ไอม์ จัสท์ อะ เร็ค
ทิล ไอม์ จัสท์ อะ วอยซ์ ลิฟวิง อิน ยัวร์ เฮด
อิทส์ อะ ฟัคด์ อัพ เวิร์ลด์ บีน ทู เฮล แอนด์ แบ็ค
บัท ไอฟ์ เซนท์ ยู อะ โพสท์คาร์ด ฟรอม เดอะ เอดจ์
เดอะ เอดจ์
อืมม โอ้
โอ้
ปลอ่ยให้มันทำลายฉัน จนกลายเป็นเพียงเศษซาก
จนกว่าฉันจะกลายเป็นเสียงที่อยู่ในหัวเธอเท่านั้น
โลกนี้มันเน่าเฟะ ฉันเหมือนลงนรกและได้กลับมาแล้ว
แต่ฉันส่งโปสการ์ดให้เธอจากสุดขอบโลกนะ
สุดขอบโลก
และในท่อนสุดท้ายนี้เธอก็พูดถึงการถูกทำลาย เพื่อให้เปิดใจออกมา ในฐานะศิลปินเธอมักจะต้องเปิดเผยความรู้สึกตัวเองออกมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งมันก็เหมือนถูกกระเทาะออก จนสุดท้ายเธอก็จะไม่เหลืออะไร และกลายเป็นเพียงเสียงที่คนเคยได้ยินเท่านั้น